การวางแผนเพื่อพัฒนาวัฒนธรรมพื้นเมืองภูเก็ตสู่สายตาชาวโลกเป็นไปด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • เทศบาลนครภูเก็ตเป็นเจ้าภาพหลัก มีแผนพัฒนาให้นครภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์และน่าอยู่อย่างยั่งยืน มีนโยบายสรุปได้ดังนี้

      ด้านสร้างสรรค์ “เศรษฐกิจและอัตลักษณ์” มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตเมืองให้มีความหลากหลาย มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สร้างพิพิธภัณฑ์เมือง ส่งเสริมพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พัฒนาการฝึกอาชีพ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสินค้าท้องถิ่น และยกระดับสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก
(รายงานแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเทศบาลนครภูเก็ต พ.ศ.๒๕๕๖-๒๕๖๑)

  • แผนพัฒนาสถานศึกษาที่ถ่ายทอดด้านอาหารภูเก็ต

      ดำเนินการสร้างรากฐานที่มั่นคงโดยหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลนครภูเก็ต สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ท้องถิ่น พยายามวางแนวทางอนุรักษ์และพัฒนาบนรากฐานทางวัฒนธรรมที่แท้จริง โดยไม่ทำลายหรือบิดเบือนในสิ่งที่เป็นของแท้(Authenticity) จำแนกผลผลิตที่ก่อเกิดจากการสร้างสรรค์ จำแนกเป้าหมายว่ามุ่งส่งเสริมเพื่อความภาคภูมิใจมากกว่ารายได้หรือจำนวนนักท่องเที่ยว ไม่ก่อความเสียหายแก่วัฒนธรรม ธรรมชาติหรือความผาสุกของวิถีชุมชน โดยมีเป้าหมาย คือ
(ก) ประกาศมาตรฐานของอาหารพื้นเมือง ทั้งผู้ปรุง ประเภทอาหาร กรรมวิธีการผลิต โดยพิจารณาในด้านความถูกต้องสมบูรณ์ทางวัฒนธรรม สุขาภิบาลอาหาร และระบบการจัดการ
(ข) จัดตั้งสถาบันวิจัย พัฒนา (R&D) และฝึกอบรมอาหารพื้นเมืองอย่างจริงจัง
      - ตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บท
      - บรรจุโครงการในแผนงบประมาณเทศบาลนครภูเก็ต
      - จัดหาพื้นที่และก่อสร้างอาคาร
      - จัดทำหลักสูตร สาระการเรียนการสอน
      - จัดหา คัดเลือกบุคลากร ทั้งในและนอกท้องถิ่น ปราชญ์ท้องถิ่น
      - ดำเนินการเปิดการเรียนการสอน ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย
      - มีส่วนงานวิจัยและพัฒนาเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระทางวิชาการ
      -สร้างเครือข่ายทางการศึกษาร่วมกับภาครัฐและเอกชนอื่นๆ องค์กรที่มีความรู้ในสาขาวัฒนธรรมด้านอื่น
(ค) จัดตั้งศูนย์สาธิตอาหารพื้นเมืองในย่านเมืองเก่าภูเก็ต
      - บทบาทหลักเป็นการสาธิตเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสนใจและรับรู้เกี่ยวกับอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ไม่ใช่การทำรายได้แข่งกับร้านค้าเอกชน
      - ก่อสร้าง ปรับปรุงอาคาร สถานที่ของเทศบาลนครภูเก็ตในย่านเมืองเก่า บริเวณลานเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษามหาราชินี สำหรับเป็นศูนย์ฯ
      - สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญอาหารท้องถิ่นให้หมุนเวียนมาจัดแสดง
      - ส่งเสริมประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
(ง) ประกาศ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจและการขยายผลในการเป็นเมืองสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมอาหารของยูเนสโก

  • สนับสนุนการสร้างเครือข่าย

ประสานองค์กรมืออาชีพทางวัฒนธรรมด้านต่างๆรองรับการพัฒนา รวมถึงการสนับสนุนให้มีงานทำอย่างต่อเนื่องตามที่แสดงในตาราง

กิจกรรมด้านต่างๆ องค์กรที่เกี่ยวข้อง
  ด้านอาหาร      ชมรมผู้ประกอบการอาหารพื้นเมือง  ชมรมเชฟอาหารพื้นเมือง ชมรมผู้ประกอบการให้บริการจัดการอาหาร ( catering  )  ชมรมคุ้มครองผู้บริโภค
ชมรมอาหารอินทรีย์  เป็นต้น
  ด้านศิลปะการแสดง  กลุ่มอนุรักษ์ชุดแต่งกายพื้นเมือง   กลุ่มการแสดงท้องถิ่น    กลุ่มศิลปินอันดามัน   ชมรมภาพถ่ายหรือภาพยนตร์ เป็นต้น
  ด้านอาคารสถาปัตยกรรม    ชมรมผู้ประกอบการช่างฝีมือท้องถิ่น  ชมรมสถาปัตยกรรมแห่งภูเก็ต  ชมรม สถาปนิกอนุรักษ์  ชมรมผู้รับเหมา เป็นต้น

 

image003

ความสวยงามของย่านเมืองเก่าภูเก็ตยามรุ่งเช้า 

image004

การแสดงเชิดหุ่นกระบอกในชุดวิวาห์บาบ๋าภูเก็ต 

  • การขยายโอกาส

      ในปีพ.ศ.๒๕๕๘ ประเทศไทยจะก้าวสู่เครือข่ายประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economics Community /AEC ) มีสมาชิกทั้งหมด ๑๐ ประเทศ ประชากรรวมกันกว่า ๖๐๐ล้านคน) จะมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนและแรงงานฝีมือในกลุ่มประเทศสมาชิกอย่างเสรี เกิดการขยายตัวด้านอุปสงค์(supply:การผลิตและบริการ) และอุปทาน(demand:ตลาดและความต้องการ) ในวงกว้างกว่าเดิม โดยมีเป้าหมายให้เกิดการรวมตัวเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว(Single market and production base) จะมีการเปิดเสรีระหว่างประเทศสมาชิกใน ๕ ด้านได้แก่ การขนส่งสินค้า การบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายทุนและเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะโดยอิสระ ถือเป็นโอกาสสำคัญให้อาหารพื้นเมืองภูเก็ตก้าวไปสู่อุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติได้ หากมีการเตรียม พร้อมที่ดี โดยจะต้องมีการวางแผนรองรับการขยายตัวทางการค้าการลงทุน พร้อมกับการวางแผนแข่งขันพร้อมๆกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผลผลิตพื้นเมืองจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้องพัฒนามาตรฐานด้านการผลิตและบริการสู่ระดับสากลมากขึ้น ทั้งนี้ภาครัฐและท้องถิ่นจะต้องเข้ามาช่วยเหลือด้านเงินทุน การผลิตบุคคลากรและสนับสนุนการประสานงานระหว่างประเทศ

โอกาสสำหรับการก้าวสู่อุตสาหกรรมอาหารระดับโลกของภูเก็ตเมื่อเข้าร่วม AEC

      ปัจจัย                   โอกาสในการพัฒนา      ผู้เกี่ยวข้อง
 วัตถุดิบ มีการขยายแหล่งผลิตและแลกเปลี่ยนวัตถุดิบจำนวนมากเกิดขึ้น สามารถนำเข้าวัตถุดิบ  โดยเฉพาะพืชผักผลไม้จากลาว พม่า(และจีน)  ปลาจากพม่า เขมร   เครื่องเทศจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย     กรมศุลกากร  กระทรวงพาณิชย์ตลาดสด ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่/กลาง
 ทักษะความรู้ เกิดการแลกเปลี่ยนกันอย่างเสรีมากขึ้น  อาหารของชนชาติอาเซียนมีหลากหลาย และหลายอย่างมีรากเหง้าที่มาทางวัฒนธรรมร่วมกัน  ควรมีการตั้งหน่วยงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้   ประสานงาน  ระหว่างชาติ กลุ่มสมาคมต่างๆ     มหาวิทยาลัย  วิทยาลัยอาชีวะศึกษา กระทรวงวัฒนธรรม   
 แรงงาน แรงงานที่มีทักษะระดับพ่อครัว แม่ครัว  สามารถเดินทางมาทำงานในจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น สามารถทั้งรับและถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารไปสู่ชาวต่างประเทศได้มากขึ้น แรงงานจังหวัด  ชมรมเชฟ
 การลงทุน เชื่อว่าจะมีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น ทั้งด้านโรงแรมและกิจการอาหาร  รวมถึงการเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวไทยไปเปิดกิจการอาหารในต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารท้องถิ่นที่เข้มแข็ง เช่น ร้านของฝากที่มีชื่อเสียง
ร้านอาหารขนาดใหญ่  เป็นต้น   การสร้างจุดบริการร่วม(One stop service) เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าการลงทุนในหลากหลายด้านในอนาคต
นอกจากนี้สามารถขยายโอกาสนำอาหารพื้นเมืองไปยังธุรกิจส่งเสริมสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล  สปา หรือสถานพยาบาลผู้สูงอายุ ที่เป็นกลุ่มธุรกิจรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้
พาณิชย์จังหวัด  สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว  หอการค้า กลุ่มธุรกิจต่างๆ
ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ ปัจจุบันด้วยการเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศจำนวนมาก ภูเก็ตมีวารสาร หนังสือทั้งที่เป็นนิตยสารกระดาษและออนไลน์ นานาชาติจำนวนมาก หากเปิด ACE คาดว่าจะมีการกระจายข้อมูลเป็นภาษาต่างๆอีกมาก  สามารถเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ด้านอาหารท้องถิ่นได้มากขึ้นด้วย ประชาสัมพันธ์จังหวัด  ชมรมผู้สื่อข่าว ชมรมนักข่าวต่างประเทศ