วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์
ส้มควาย(Garcinia  atroviridis Griff. ex T Anderson)     เป็นพืชพื้นเมืองคล้าย ส้มแขกแต่ไม่มีจุกตรงหัว  พบตามป่าดิบชื้น ไหล่เขา ที่มีดินอุดมสมบูรณ์ในจังหวัดภูเก็ต มีผลโตมาก   เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ  ต้นเป็นทรงพุ่มสูงประมาณ ๒๐-๒๕ เมตร   ผลคล้ายฝรั่ง ผลอ่อนเป็นสีเขียวเมื่อแก่จัดกลายเป็นสีเหลืองแก่  เนื้อมีรสเปรี้ยวจัด ขยายพันธุ์โดยเมล็ดหรือการทาบกิ่ง   เนื้อผลส้มควายนิยมนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ ตากแดดจนแห้ง  นำไปเป็นเครื่องปรุงหลักในการปรุง แกงส้ม ต้มส้ม หรือแกงเลียง    ปัจจุบันเริ่มมีการแปรรูปเป็นส้มควายแช่อิ่ม กวน ส้มควายแก้ว และน้ำส้มควาย(ข้อมูลจาก คุณฉลอง มีสุข  คุณเรียม สังวาลย์  ม.๒ ต.กมลา)
ขนมต่าวส้อ  พัฒนาการการทำเปลือกจากแป้งที่บาง ร่อน กรอบ  และทำไส้ขนมจากนานาวัตถุดิบจากเดิมจากถั่วเขียว มาเป็น สับปะรด พุทรา ถั่วแดง ถั่วดำ ทุเรียน ฟักเขียว  มันเทศ   เป็นต้น พร้อมบรรจุกล่องที่ทันสมัยมากขึ้น
สับปะรดภูเก็ต  สับปะรดพันธุ์ภูเก็ต เป็นสับปะรดบริโภคผลสดที่มีลักษณะเฉพาะตัว คือ มีรสหวาน กรอบ เนื้อมีเยื่อใยน้อย สีเหลืองสม่ำเสมอทั้งผล มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อและแกนผลมีความกรอบมาก หลังปอกเปลือกแล้วสามารถรับประทานได้หมดทั้งผล ปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ได้รับขึ้นทะเบียนสับปะรดภูเก็ตเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดภูเก็ต
สับปะรดภูเก็ต ลักษณะใบ มีสีเขียวอ่อนมีแถบสีแดงบริเวณกลางใบ ขอบใบเรียบมีหนามสีแดงตลอดความยาวของใบ    ผล รูปทรงกระบอก ขนาดกลาง มีน้ำหนักตั้งแต่ ๐.๙-๑.๖ กิโลกรัม เนื้อมีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอ กลิ่นหอม เยื่อใยน้อย รสชาติหวานกรอบ แกนผลมีความกรอบมากรับประทานได้ ลักษณะทางเคมี มีปริมาณกรดโดยรวมเฉลี่ยร้อยละ ๐.๖ และมีความหวานอยู่ระหว่าง 17-20 º brix     ปัจจุบันได้พัฒนานำไปเป็นไส้ขนมชนิดต่างๆ เช่น ต่าวส้อ หรือกะหรี่ปั๊บ  ทำแยมสับปะรด  และทำเครื่องดื่ม
มะม่วงหิมพานต์ พัฒนาจากการกินเฉพาะเมล็ดโดยการเผาหรือคั่วมาเป็นการปรุงรสชาติกว่า ๑๒ ชนิด เช่น อบน้ำผึ้ง  เคลือบชอกโกเลต  รสกาแฟ รสกระเทียม รสต้มยำ รสเผ็ด เป็นต้น(ข้อมูลจากร้านเมธีและร้านศรีบูรพาออคิด)   และพัฒนานำผลไปคั้นเป็นน้ำแคชชูวี่ มีรสชาติฝาดอมหวานหอมอร่อยมีมาตรฐานGMP/ HACCP และยังเป็นสมุนไพรป้องกันและรักษาโรคได้ด้วย(ข้อมูลจากร้านศรีศุภลักษณ์ออคิด)
น้ำชุบ(น้ำพริก)ภูเก็ต จากน้ำพริกในครัวเรือนมีการพัฒนาแปรรูปบรรจุกล่องมาตรฐานอุตสาหกรรม  เป็นน้ำพริกสำเร็จรูปชนิดต่างๆ เป็นของฝากเมือมาเยือนภูเก็ต  ได้แก่ น้ำชุบหยำ น้ำชุบคั่ว  น้ำชุบตะไคร้  น้ำชุบกุ้งเสียบ ฯ 
แกงพุงปลา การนำแกงพุงปลาเคี่ยวจนงวดเหนียว  หรือคั่วจนแห้ง สามารถเก็บได้นาน  บรรจุกล่องขายเป็นของฝากสำเร็จรูป
จักจั่นทะเล (Sand Crab) เป็นสัตว์ที่หากินอยู่ริมทรายหาด  ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกับปูและกุ้ง  แต่มีลักษณะค่อนไปทางปูมากกว่ากุ้ง กล่าวคือมีกระดองแข็งคล้ายปูและมีส่วนของขาว่ายน้ำ ( Pleopod )  ไม่ได้ใช้ว่ายน้ำเหมือนกุ้ง แต่พยุงรักษาไข่เหมือนปู  พบได้ตามชายฝั่งอันดามัน  หาดทรายแก้วในจังหวัดภูเก็ตและหาดท้ายเหมือง  จังหวัดพังงา  พบ ๓ ชนิด ได้แก่ Family  Hippidae : Emerita emeritus(L.)(จักจั่นทะเล) และ Hippta  adactyla F. (จักจั่นควาย)  Family  Albuneidae : Albunea  symnista (L.) (จักจั่นนางแอ่น)   ชนิดที่นิยมเป็นอาหารคือ จักจั่นทะเล มีความยาวลำตัวประมาณ ๓๐ มิลลิเมตร ในฤดูวางไข่ตัวเมียจะมีไข่สีเหลืองจำนวนมากที่หน้าท้อง      เครื่องมือที่ใช้จับจักจั่นทะเลเรียกว่า “ย้อง” โดยผู้จับจะใช้เท้าตวัดทรายและตัวจักจั่นเข้าในตะข่ายยอง  ช่วงที่สามารถจับได้จำนวนมากก็คือระยะเดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม  นิยมนำมาทอดกระเทียม  ชุบแป้งทอด หรือยำกับผักพื้นเมือง  ปัจจุบันมีการบรรจุกล่องแช่เย็นไปจำหน่ายในต่างจังหวัดและที่กรุงเทพมหานคร
ข้าวยำ ข้าวยำพริกหรือข้าวยำใบพาโหมเป็นข้าวยำท้องถิ่นภูเก็ต หาซื้อได้ย่านตลาดสดถนนระนอง  ในปัจจุบันด้วยความหลากหลายของพันธุ์พืชและหัวคิดสร้างสรรค์ อ.นันทภัค สวัสดิเวช ร้านลัลลาบาย ได้ดัดแปลงข้าวยำจากจังหวัดตรัง มารวมกับเครื่องปรุงในภูเก็ตเป็นข้าวยำสมุนไพร ๒๕ชนิด ให้สีสันสวยงาม รสชาติดี       น้ำราดปรุงรสเคี่ยวจากปลาอินทรีย์เค็มเป็นอาหารแนวทันสมัยมีรากฐานจากของเก่า

 

    image128 image130 

ส้มควายตากแห้งพร้อมนำไปปรุงอาหารและการแปรรูปเป็เครื่องดื่มน้ำส้มควายที่ตำบลกมลา 

   image132

จักจั่นทะเล จะสังเกตว่าตัวเมียจะมีไข่สีแดงเต็มท้อง

image134

 ข้าวยำสมุนไพร ร้านลัลลาบาย อาหารของคนรุ่นใหม่